Close
Thailand and the world with daily News updates including news, articles.
About       Advertising       Contact

5 งูมีพิษในไทยที่ร้ายแรงติดอันดับโลก

บทความนี้เราจะกล่าวถึง 5 อันดับงูพิษในประเทศไทย ที่ถูกจัดอันดับต้นๆของโลก โดยอ้างอิงการทดสอบ LD50 (Median lethal dose) LD50 คือ ระดับความเป็นพิษต่อร่างกายมนุษย์ โดยการทดสอบความเป็นพิษ จากการใช้พิษของงูฉีดในหนูทดลอง พิษของงูชนิดใดสามารถฆ่าหนูทดลอง 50% ของจำนวนหนูทั้งหมดที่ทำการทดลอง ในปริมาณ (dose) พิษที่น้อยที่สุด งูชนิดนั้นก็จะมีปริมาณพิษที่รุนแรงที่สุด 

งูมีพิษดูยังไง

การสังเกตว่างูมีพิษหรือไม่มีพิษ สามารถสังเกตเพื่อจำแนกได้อย่างคร่าวๆ จากลักษณะต่อไปนี้ 

  • “หัว”  หัวงูพิษจะมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยม คล้ายลูกศร  
  • “ตา” มักจะมีรูม่านตาแนวขวาง ด้วยวิถีการออกหากินกลางคืน แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะงูพิษบางชนิดก็มีรูม่านตากลม 
  •  “สี” งูพิษบางชนิดมีสีสดฉูดฉาด เช่น งูปะการัง แต่งูพิษในไทยหลายชนิดก็ไม่ได้มีสีฉูดฉาด 
  •  “ร่องจับความร้อน” งูพิษจะมีร่องจับความร้อนในการค้นหาตำแหน่งเหยื่อ สัตว์เลือดอุ่น ซึ่งร่องที่ว่านี้จะอยู่ระหว่างตากับจมูก
  • “การว่ายน้ำ” งูพิษว่ายน้ำ จะสามารถเห็นได้ทั้งลำตัวในน้ำ
  • “รอยกัด” รอยกัดของงูพิษจะเป็นรอยเขี้ยว 2 รูใกล้กัน แต่ถ้าเป็นงูไม่มีพิษจะเป็นเหมือนรอยฟันกัด รอยฟันแบบฉลาม
  • “เกล็ดใต้หาง” งูพิษจะมีเกล็ดใต้หางเป็นแถวเดี่ยว ในขณะที่งูไม่มีพิษจะมีเกล็ดใต้หางเป็นแถวคู่ 

งูพิษอันดับ 1 งูทับสมิงคลา

เป็นงูพิษอันดับ 1 ในประเทศไทย แต่ติดเป็นงูพิษอันดับ 8 ของโลก “งูพิษบนที่นอน” มีนิสัยดุร้าย เป็นงูที่พบตามบ้านได้บ่อย ยิ่งช่วงหน้าฝนยิ่งพบงูทับสมิงคลาเข้าบ้านคน โดยเฉพาะบนที่นอน มีคนเจอนอนขดซุกอยู่ใต้ผ้าห่มบนที่นอนบ่อย และมักมีข่าวคนถูกงูทับสมิงคลากัดตายบนที่นอน 

ชื่อของงูทับสมิงคลา 

งูทับสมิงคลาชื่อภาษาอังกฤษ : Malayan krait 

ส่วนชื่องูทับสมิงคลาทางวิทยาศาสตร์ : Bungarus Candidus 

งูทับสมิงคลามีลักษณะยังไง 

มีหัวยาวและแบน ดวงตาค่อนข้างเล็ก เกล็ดใต้หางเป็นแถวเดี่ยว ลำตัวของงูทับสมิงคลาจะเป็นลักษณะปล้องสีขาวและปล้องสีดำ แม้จะมีปล้องขาวและปล้องดำเช่นเดียวกับ งูปล้องฉนวนเขาสูง (Lycodon Septentrionalis) หรืองูปล้องฉนวนบ้าน แต่จะมีความแตกต่างกันที่เกล็ดกลางหลัง ถ้าเป็นงูปล้องฉนวน เกล็ดกลางหลังและเกล็ดลำตัวจะเท่ากัน ในขณะที่สกุลงูสามเหลี่ยมอย่างงูทับสมิงคลาจะมีเกล็ดหกเหลี่ยมขนาดใหญ่ 

อาการงูกัด 

พิษของงูทับสมิงคลามีผลต่อระบบประสาทเป็นหลัก เมื่อถูกกัดจะมีอาการชักกระตุก ปวดช่องท้อง มีเลือดออกเป็นจ้ำๆใต้ผิวหนัง อาจมีเลือดออกตามไรฟัน หรือไอเป็นเลือด และอาจส่งผลให้เกิดอัมพาตได้ เนื่องจากเขี้ยวของงูทับสมิงคลามีความคมมาก และเมื่อคนถูกกัดอาจไม่รู้ตัวว่าโดนกัด ทำให้บางครั้งคนที่โดนกัดเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ 

งูทับสมิงคลาอยู่ภาคไหน

สามารถพบงูทับสมิงคลาได้ทุกภาคในประเทศไทย มักจะพบเจอได้ที่ราบลุ่มและเนินเขา หรือลำน้ำ และปัจจุบัน มักจะเจอข่าวว่ามีคนพบงูทับสมิงคลาบนที่นอน หรือถูกงูทับสมิงคลากัดบนที่นอน และจะพบได้บ่อยในช่วงฤดูฝน หรือช่วงที่มีฝนตกบ่อยๆ 

งูทับสมิงคลากินอะไร

งูทับสมิงคลาออกหากินตอนกลางคืน มักจะกินงูด้วยกัน และ สัตว์เลื้อยคลาน อย่างเช่น ตุ๊กแก จิ้งจก กบ เขียด 

งูพิษอันดับ 2 งูเห่าพ่นพิษสยาม 

งูเห่าพ่นพิษ เป็นงูในไทยที่เป็นงูพิษอันดับ 17 ของโลก ด้วยลักษณะการพ่นพิษได้ไกลและแม่นยำ จึงเรียกว่าเป็น “สไนเปอร์นักจู่โจมระยะไกล” 

ชื่อของงูเห่าพ่นพิษ 

งูเห่าพ่นพิษ  ชื่อภาษาอังกฤษ Spitting cobra

ชื่องูเห่าพ่นพิษสยามทางวิทยาศาสตร์ Naja Siamensis 

ลักษณะของงูเห่าพ่นพิษ

จะมีลักษณะคล้ายงูเห่าไทย แต่มีลำตัวสั้นกว่า โดยจะยาวเฉลี่ย 2-3เมตร นิสัยดุร้าย มีความว่องไว  มีดอกจันมักเป็นรูปตัว U หรือเลือนลางในบางตัว งูเห่าชนิดนี้จะมี 3 รูปแบบ คือ สีดำ สีน้ำตาล และสีด่างขาว จึงได้อีกชื่อหนึ่งว่า “งูเห่าพ่นพิษด่าง” หรือ “งูเห่าพ่นพิษขี้เรื้อน” เป็นต้น

การพ่นพิษ

พ่นพิษหมายถึง กระบวนการป้องกันตัวอย่างหนึ่ง โดยการเล็งไปยังดวงตาของศัตรู แล้วพ่นพิษใส่ได้อย่างแม่นยำในระยะ 1-2 เมตร หากพ่นจนน้ำพิษหมด สามารถผลิตน้ำพิษได้ใหม่ในเวลา 10 นาที ในขณะที่ชูคอแผ่แม่เบี้ย จะอ้าปากเพื่อเตรียมพ่นพิษใส่เหยื่อหรือศัตรู 

เมื่อพ่นน้ำพิษหมดแล้ว สามารถผลิตน้ำพิษได้ในเวลา 10 นาที ก็สามารถพ่นน้ำพิษใหม่ได้ ขณะชูคอแผ่แม่เบี้ยขู่ ก็จะอ้าปากเพื่อเตรียมพ่นพิษใส่ศัตรู จะมีรูของเขี้ยวพิษ อยู่ทางด้านหน้า เพื่อสะดวกในการฉีดพ่นพิษออกไป และถ้าพิษเข้าตา จะไม่ทำให้ตาบอดในทันที ยกเว้นเพียงแต่เราขยี้ตา เหยื่อหรือศัตรที่โดนพ่นพิษใส่ จะมีอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้ตาบอด แต่พิษของงูสร้างความระเคืองให้กับดวงตา และเมื่อนำมือไปขยี้ตา หรือรักษาผิดวิธี จะทำให้ตาติดเชื้อและตาบอดได้ 

วิธีแก้พิษงูพ่นใส่ตา

เมื่อถูกพ่นพิษใส่ตา ควรรีบล้างด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำเกลือล้างแผล โดยพยายามตะแคงข้างที่โดนพ่นพิษให้อยู่ด้านติดพื้น แล้วค่อยๆเทน้ำล้างให้ผ่านดวงตาไหลงลงพื้น เพื่อชะล้างพิษออกให้มากที่สุด และป้องกันไม่ให้น้ำเข้าจมูก แล้วรีบพาไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด 

วิธีการปฐมพยาบาลเมื่อโดนงูพ่นพิษใส่

หากพิษงูโดนผิวหนัง แม้ว่าพิษไม่ได้มีผลต่อผิวหนัง แต่ควรชำระล้างพิษบริเวณผิวที่โดนพิษไว้ก็จะเป็นการดี แต่ถ้าผิวหนังมีบาดแผลแล้วโดนพิษ ก็จะทำให้เกิดการอักเสบ แต่ไม่อันตรายมาก เพราะได้รับปริมาณพิษน้อย แต่ก็ควรล้างพิษออกให้เร็วที่สุดจะดีกว่า 

งูพิษอันดับ 3 งูเห่าไทย 

งูเห่าไทย เป็นงูพิษอันดับ 3 ของไทย แต่ถูกจัดเป็นงูพิษร้ายแรงอันดับ 23 ของโลก เป็นงูที่ไม่สามารถพ่นพิษได้ ป้องกันตัวและทำร้ายศัตรูด้วยพิษที่รุนแรงจากการกัด มีชุกชุมในกรุงเทพและภาคใต้ 

ชื่อของงูเห่าไทย 

ชื่องูเห่าไทยภาษาอังกฤษ : Siamese (Cobra) 

ชื่องูเห่าไทยทางวิทยาศาสตร์ : Naja Kaouthia 

ลักษณะงูเห่าไทย 

งูเห่าเป็นสัตว์เลื้อยคลานชนิดอันตรายอีกชนิดหนึ่ง เป็นงูที่ออกหากินตามพื้นดินตอนกลางคืน ชอบ อาศัยอยู่บริเวณที่มีความชื้นสูง จอมปลวก หรือทุ่งนา มีหลายสี ทั้งสีดำ สีเขียวอมเทา สีน้ำตาล มีทั้งที่เป็นลายและไม่มีลายเลย งูเห่าสามารถแผ่แม่เบี้ยได้กว้างกว่าชนิดอื่น มีเกล็ดบนหัวขนาดใหญ่ มีลายอยู่หลังคอเรียกว่า “ดอกจัน” แยกงูเห่าไทยชนิดไม่พ่นพิษ สังเกตได้จากดอกจันทร์จะมีลักษณะตัว O หรือรูปสายฟ้า อยู่กลางหลังแม่เบี้ย จะต่างจากงูเห่าพ่นพิษที่จะมีดอกจันทร์ส่วนใหญ่เป็นรูปตัว U แต่บางตัวลายก็อาจไม่ลางๆไม่ชัดเจน 

นิสัยของงูเห่า

งูเห่าจะมีนิสัยดุร้าย เมื่อตกใจหรือกังวลจะทำเสียงขู่ฟู่ๆใส่ เพื่อเตือนไม่ให้เข้าใกล้  พร้อมกับแผ่แม่เบี้ยพร้อมฉกกัดได้ตลอดเวลา 

พิษงูเห่า 

พิษงูเห่ามีฤทธิ์ทำลายระบบประสาทรุนแรง และทำให้ผู้ที่ถูกกัดเสียชีวิต งูเห่ามีสีหลากหลาย ทั้ง งูเห่าดำ งูเห่าสีน้ำตาล งูเห่าสีเขียวอมเทา หรืองูเห่าสีเหลืองหม่น รวมทั้งสีขาวปลอดทั้งลำตัว ที่เรียกว่า งูเห่านวล หรือ งูเห่าสุพรรณ ซึ่งมักจะเป็นงูเห่าหม้อ ที่เป็นงูเห่าในไทยที่พบได้บ่อยที่สุด

การวางไข่ของงูเห่า

งูเห่าเป็นงูออกลูกเป็นไข่ จะมีนิสัยดุร้ายกว่าปกติในช่วงระหว่างฟักไข่ งูเห่าวางไข่ได้ครั้งละ 10-30 ฟอง และลูกงูเห่ามีอัตราการฟักเป็นตัวสูงถึงร้อยละ 80-90 เลยทีเดียว 

งูพิษอันดับ 4 งูลายสาบคอแดง 

ชื่องูลายสาบคอแดงภาษาอังกฤษ : Red Necked Keelback 

งูลายสาบคอแดงชื่อวิทยาศาสตร์ : Rabdophis Subminiatus 

งูลายสาบคอแดงมีพิษไหม?..มีพิษรุนแรง แต่ไม่มีนิสัยก้าวร้าว เป็นงูเขี้ยวพิษหลัง คือ เขี้ยวที่ปล่อยพิษจะอยู่ด้านหลังๆเกือบถึงตา ทำให้เวลากัด พิษจะไม่มากพอที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิต 

ลักษณะของงูลายสาบคอแดง

หัวสีเขียวอมน้ำตาลหรือสีเขียวอมเทา ช่วงคอสีออกส้มแดง ลำตัวสีน้ำตาลอมเขียว บางตัวมีขอบเกล็ดสีดำและเหลือง ทำให้ดูคล้ายตาหมากรุก สามารถแผ่แม่เบี้ยได้เล็กน้อย 

งูพิษอันดับ 5 งูจงอาง 

งูพิษขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมีความยาวมากที่สุดในโลกเช่นกัน สามารถยาวได้สูงสุดถึง 5 เมตร และแม้ว่าจะเป็นงูพิษอันดับที่ 5 ของไทย แต่ถูกจัดให้งูจงอางมีพิษเป็นอันดับที่ 27ของโลก 

ชื่อของงูจงอาง

งูจงอางภาษาอังกฤษคือ : King Cobra

งูจงอางชื่อวิทยศาสตร์ : Ophiophagus Hannah 

ลักษณะของงูจงอาง 

หัวใหญ่ กลมทู่ ลำตัวเรียวยาว มีสีน้ำตาลอมเขียว ชูคอแผ่แม่เบี้ยเหมือนงูเห่า และทำเสียงขู่คล้ายงูเห่า แต่ไม่มีลายดอกจันทร์ มีนิสัยก้าวร้าว สามารถยกตัวชูคอแผ่แม่เบี้ยได้สูงที่สุดประมาณ ⅓ ของความยาวลำตัว ถ้ามีความตกใจมากๆหรือโมโห จะทำการเลื้อยหรือไล่ ส่วนลูกงูจงอางก็มีพิษร้ายแรงไม่แพ้ตัวใหญ่เลยทีเดียว 

วิธีปฏิบัติเมื่อถูกงูกัด 

ไม่ว่าจะถูกงูกัดเห็นตัวหรือไม่เห็นตัว ทำให้ไม่รู้ว่าโดนงูมีพิษหรืองูไม่มีพิษกัด เมื่อโดนกัดหรือมีผู้ที่ถูกกัด ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้ 

1.อย่าตื่นตระหนก ตั้งสติ

2.ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำเกลือ 

3.พยายามถ่ายภาพงู หากสามารถทำได้ โดยพยายามเน้นถ่ายให้เห็นชัดเต็มตัว หรือส่วนจุดเด่น ส่วนหัว หรือจุดเด่นอื่นๆที่สามารถทำได้ 

4.ปฐมพยาบาลอย่างถูกต้อง 

  • ถอดสิ่งต่างๆออก ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า ถุงเท้า นาฬิกา สร้อยข้อมือ กำไล ฯลฯ ที่จะไปขัดขวางการไหลเวียนเลือด หรือทำให้เกิดการกดทับ 
  • ใช้ไม้หรืออุปกรณ์ใดก็ได้ที่จะสามารถทำการดามอวัยวะบริเวณที่ถูกงูกัด และใช้ผ้าก๊อตหรือผ้าอะไรก็ได้ที่สามารถหาได้ แล้วทำการพันเหมือนดามแขน-ขาหัก เพื่อไม่ให้อวัยวะส่วนนั้นมีการเคลื่อนไหว หรือเคลื่อนไหวน้อยที่สุด เป็นการป้องกันพิษงูแพร่กระจาย เพราะยิ่งมีการเคลื่อนไหวมากเท่าไร พิษก็ยิ่งแพร่กระจายได้เร็วเท่านั้น แล้วรีบไปพบหมอให้เร็วที่สุด 

ข้อห้ามเมื่อถูกงูกัด 

1.อย่าใช้ผ้ารัดเหนือบาดแผล เพราะจะไปขัดขวางการไหลเวียนกระแสเลือด ทำให้บริเวณอวัยวะที่ถูกงูกัดอาจเน่าเปื่อยหรือทำให้เนื้อเยื่อตาย แต่ให้ใช้ไม้ดามสองข้างแล้วค่อยใช้ผ้าพันรอบเหมือนการเข้าเฝือก แต่อย่ารัดให้หลวมหรือแน่นเกินไป 

2.ห้ามใช้ไฟลนบาดแผลเพื่อแก้พิษงู เพราะไฟจะยิ่งทำให้แผลพุพองมากขึ้น 

3.อย่าใช้ปากดูดเลือดจากแผลงูกัด เพราะอาจเกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้ดูดได้

4.ห้ามใช้มีดกรีดบาดแผล เพื่อจะรีดพิษออก เพราะจะยิ่งทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค

5.ห้ามให้ผู้ถูกงูกัดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มผสมคาเฟอีน

บทความนี้เราได้อ้างอิงอันดับตาม LD50 แต่ค่าวัดก็ไม่ได้เสถียร 100% เนื่องจากร่างกายของสัตว์แต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกันในผลกระทบเมื่อถูกพิษ และการกัดของงูแต่ละประเภทก็มีความแตกต่างกัน เช่น พิษของงูทับสมิงคลามีพิษที่รุนแรงกว่างูจงอาง แต่งูจงอางกัดแล้วปล่อยพิษได้มากกว่า และการกัดไม่ปล่อยของงูจงอาง ทำให้พิษแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเมื่อถูกงูจงอางกัดก็อาจเป็นอันตรายมากกว่า เป็นต้น 

ดังนั้นเมื่อถูกงูกัด ไม่ว่าจะเป็นงูชนิดใดก็ตาม การปฐมพยาบาลอย่างถูกต้องและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียได้มากที่สุด และถ้าหากเจองูเข้าบ้าน หรือพบเจองูที่ใด อย่าได้พยายามทำการจับงูเอง ให้ติดต่อที่หมายเลข 199 (แจ้งอัคคีภัยและสัตว์เข้าบ้าน) และ 1677 (รายการวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน) หรือกรณีถูกงูกัด ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ติดต่อ 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

0 Comments
scroll to top